นางก็ได้นางสาวก็ยิ่งดี

...เมื่อเช้ามีโอกาสดูข่าว แมร่งรู้สึกหงุดหงิด ผมว่าประเทศไทยมันไร้สาระขึ้นทุกวันแล้ว ไม่มีงานทำกันหรือไง ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนะที่ให้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องคำนำหน้านางสาวเนี่ย แบบนี้ถ้าเกิดผู้หญิงที่แต่งงานแล้วดันไม่ใช้นางเนี่ยมันดูทะแม่งๆ แบบว่าเหมือนว่าฝ่ายหญิงพร้อมที่จะตีจากเราไป หรือเป็นการไม่พอใจในสถานะที่เขาได้รับนั่นก็คือการมีสามี แต่บางทีผู้หญิงอาจจะออกมาพูดว่าเพื่อความเท่าเทียมกัน ผู้ชายยังไม่มีเลยคำว่า นาย นายหนุ่ม อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าเนผมให้เลือกได้ผมก็อยากให้ผู้ชายมีคำนำหน้า 2 แบบ มันจะได้ จบๆ

( ความคิดส่วนตัวนะครับอย่าถือสา )

ผมจะรอดูคำนำหน้าเพศที่สามนะครับเอิ๊กๆ

 

กม.คำนำหน้า'นาง -นางสาว'กำหนดใช้ 4 มิ.ย.นี้

นายยศศักดิ์ คงมาก ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 มิถุนายน นี้ พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 จะมีผลบังคับใช้ขึ้น ซึ่งจะทำให้สตรีมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านาม และชื่อสกุลได้ตามความสมัครใจ

ทั้งนี้ ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน กทม. ระบุอีกว่า สำหรับผู้หญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ โดยจะต้องนำหลักฐาน ประกอบด้วย ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้านและบัตรปะชาชน ไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนที่สำนักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 

สำหรับหญิงที่การสมรสสิ้นสุดลง จะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจเช่นเดียวกัน โดยจะต้องนำใบสำคัญการจดทะเบียนหย่า ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนที่สำนักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเช่นเดียวกัน ส่วนหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้ชื่อสุกลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้ตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่ายต่างใช้ชื่อสกุลเดิมของตนก็ได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ยื่นคำร้องไปแล้วทางเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือรับรองให้ จากนั้นจะต้องไปยื่นคำร้องที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์เพื่อแก้ไขในทะเบียนบ้าน รวมทั้งเพื่อทำบัตรประชาชนใหม่ต่อไป

นายยศศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับหญิงที่กำลังจะจดทะเบียนสมรสนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะสอบถามก่อนว่า จะใช้นามสกุลของใครและจะใช้คำนำหน้านามแบบไหน เพื่อดำเนินการระบุลงไปในทะเบียนสมรสเลย อย่างไรก็ตาม

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการจะเปลี่ยนคำนำหน้านามก็มีข้อควรพึงระวังด้วยเช่นกัน เพราะจะต้องดำเนินการแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น สมุดเงินฝาก โฉนดที่ดิน หนังสือเดินทาง เป็นต้น ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนและวุ่นวายได้ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนคำนำหน้านามนั้น พิจารณาและไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ จะต้องเดินทางไปเปลี่ยนที่สำนักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้น โดยสามารถเดินทางไปเปลี่ยนได้ในวันและเวลาราชการตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.

 

สาวแต่งงานแล้วเฮลั่น! กม.ประกาศแล้ว ใช้นาง-นางสาวได้ตามใจ

ประกาศใช้แล้วกฎหมายคำนำหน้านามหญิง สาวแต่งงานแล้วเฮ! เลือกใช้'นาง' หรือ'นางสาว'ได้ตามความสมัครใจ พวกเป็นหม้ายก็กลับไปชื่อ'นางสาว'ได้เหมือนเดิม

พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 ประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งจะทำให้หญิงซึ่งแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสแล้ว สามารถที่จะเลือกใช้'นาง'หรือ'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ และหญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง'หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือประมาณวันที่ 4 มิถุนายน 2551

ส่วนเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วต้องใช้คำนำหน้านามว่า'นาง'คำเดียว โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันอาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล

สำหรับรายละเอียดของพ.ร.บ.ฉบับนี้มีดังนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า 'พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑'

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบการใช้คำนำหน้านามหญิงเป็นอย่างอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๔ หญิงซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้คำนำหน้านามว่า “นางสาว”

มาตรา ๕ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' หรือ 'นางสาว'ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

มาตรา ๖ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง'หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามตามพระราชบัญญัตินี้

-----------------------------------------------------

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มันชั่ง....sad smile

#1 By หูใหญ่ on 2008-06-03 13:38

เฮ้อ..ประเทศไทย
แต่ก็อย่างว่าแหล่ะนะ..

ผมว่าก็เปิดทางเลือกซ่ะหน่อยผู้หญิงจะได้ไม่ว่าผู้ชาย
ก็รัฐบาลชุดนี้ทำอะไรกันบ้างล่ะ ที่มันเป็นสาระน่ะ...

#2 By รีคอนดำ on 2008-06-03 13:39

ช่วงนี้ทำไมเจอแต่ข่าวชวนปวดแก่นกะโหลกน้าsad smile
ผลงานแต่เรื่องไร้สาระจริงๆ

#4 By MayaKniGht on 2008-06-03 13:50

เจี๋ยว่าก็มีประโยชน์ดีนะคะ เพราะว่าผู้หญิงที่ใช้นางจะต้องกลับไปแก้นู่นแก้นี่ในนิติกรรม
แต่ไม่มีประโยชน์สำหรับคนเป็นหม้าย เพราะมันดูเหมือนหลอกจะกินผู้ชาย
แต่ที่แย่ก็คือ ไม่มีกฎหมายกำหนดว่า
"ให้ถามความเห็นสามีด้วย"
มันเลยดูไร้สาระ
เหมือนตัดสิน"ชีวิตคู่"ด้วยตัวคนเดียว และเป็นอย่างที่คุณหูใหญ่ว่า เหมือนว่าเธอจะตีจากไปตอนไหนก็ได้
ซึ่งนั่นแย่มาก
สรุปก็คือ มีประโยชน์ แต่เป็นประโยชน์สำหรับคนส่วนน้อย หรืออีกนัยก็คือมีปัญหายุ่งยากมากกว่า ตามความเห็นของเจี๋ย

ปล.ให้ผู้หญิงเลือกใช้คำนำหน้าได้ มันก็ไม่ได้เท่าเทียมกันสักหน่อย....ไม่เกี่ยวกันเลยsad smile
ปล.2 เพศที่สามก็ใช้ นายสาว กับ นางหนุ่ม ไงคะquestion
เปลือก

#6 By book on 2008-06-03 18:09

งั้นทำไมไม่ใช้นางอย่างเดียวซะเลยล่ะ
เหมือนผู้ชาย ... มีแต่ นาย
งั้นป้าข้างๆบ้านฉัน คงต้องไปเปลี่ยนเป็น "นางสาว"
แน่ๆเลยล่ะ....(อู๊ย....คิดแล้วแอบขำ)confused smile

#7 By robocon on 2008-06-03 22:22

ผมคิดว่าเปลี่ยนเป็นคุณ ก็จบแล้วbig smile
ทำไมไม่ใช้ คุณ มันทุกเพศทุกสถานะให้รู้แร้นรู้รอดเรยอ่ะangry smile

เด็กก็คุณได้
แต่งก็คุณได้
แต๋วก็คุณได้อ่ะ
จะได้ไม่ต้องเถียงว่าทำไมผู้หญิงต้องระบุว่าแต่งแล้วหรือไม่แต่ง ทำไมผู้ชายไม่มีระบุ เบื่อเถียงกันangry smile

#9 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-06-04 12:51

ไม่เห็นด้วย แล้วฉันจะรู้ไหมเนี่ย

#10 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-05 22:57