ถึงเวลาเกษียณรหัส 'มอร์ส'

โอ้ไม่นะ Msn สุดคล้าสสิกกำลังจะหายไป

...มันน่าใจหายจริงๆข่าวช่วงนี้ ทั้งข่าวแมนยูชนะโรม่านอกบ้าน(อิอิสะใจ) ทั้งข่าวตีกันนอกสภา แล้วยังมีข่าวเกี่ยวกับโทรเลขอีก สองสามวันก่อนผมได้ฟังข่าว แล้วเขาบอกว่าจะยกเลิกการใช้โทรเลข ซึ่งโทรเลขนี้เปรียบได้กับโปรแกรม msn เวอร์ชันแรกๆเลยก็ว่าได้ ( สงสัยผมจะคิดไปคนเดียว )

 

...ตามที่ได้ฟังข่าวเมื่อปี 2544 เรายังใช้โทรเลขกันเยอะมากๆ แต่หลังจากนั้นเริ่มมีโทรศัพท์มือถือคนก็เลยแห่กันเลิกใช้โทรเลข ถึงแม้ว่ามันจะถูกแต่เราก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการส่ง อย่าน้อยเราต้องเสียสามสิบบาทต่อหนึ่งฉบับ ซึ่งปัจจุบัน ( ปี 2551) มีการส่งเพียงวันละไม่ถึง 100 ฉบับ ซึ่งถือว่าน้อยมากๆสำหรับจำนวนประชากรในประเทศเรา

 

...ซึ่งสมัยนี้ใครได้โทรเลขถือว่าซวยโคตร มันต้องมีข่าวร้ายเสมอ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนต้องส่งข่าวร้ายทางโทรเลข ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเสียชีวิตของคนในครอบครับ บา้งก็ทวงหนี้ (ซึ่งปัจจุบันเขาก็ยังทวงด้วยโทรเลข) บ้างก็ทวงค่าเทอม

...มันน่าเสียดายจริงๆถ้าเขาจะยกเลิกเพราะผมเป็นเด็กคนหนึ่งที่ยังไม่เคยใช้โทรเลขเลย น่าเสียดายจริงๆ ถ้าบอกรักใครผ่านโทรเลขมันคงจะคล้าสสิกพิลึกเนอะ

 

ผมก็มีตัวอย่างข่าวของโทรเลขมาให้อ่านกัน ถ้าไม่ขี้เกียจอ่านก็อ่านเถอะครับ ข่าวนี้มาจากเดลินิวส์เดือน มกราคม 2551 ซึ่งก็น่าแปลกเหมือนกันที่ข่าวทางโทรทัศน์พึ่งเอามานำเสนอ









30 เม.ย. 2551 บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จะยกเลิกการให้บริการโทรเลขอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ !!! ปิดตำนานบริการโทรเลขที่ให้บริการมากว่า 133 ปี (พ.ศ. 2418-พ.ศ. 2551)

สาเหตุก็เพราะทนแบกรับค่าใช้จ่ายเดือนละ 25 ล้านบาท เพื่อจ้างบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้เป็นผู้ให้บริการไม่ไหว ทั้งเป็นกิจการที่ไม่ทำกำไรและมีผู้ใช้บริการโทรเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริการโทรเลขเคยมียอดผู้ใช้สูงสุดอยู่ที่ปีละ 3 ล้านฉบับ หรือเฉลี่ยเดือนละ 2.5 แสนฉบับ แต่ปัจจุบันมียอดใช้งานวันละไม่ถึง 100 ฉบับ หรือประมาณปีละ 4,000 ฉบับ และมีรายได้เพียงเดือนละ 5,000 บาท โดยข้อความในโทรเลขส่วนใหญ่เป็นจดหมายทวงหนี้!

นายขจรศักดิ์ สิงหเสนี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานกลยุทธ์องค์กร) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ไม่มีบริษัทผลิตเครื่องโทรเลขเพื่อใช้งานแล้ว ดังนั้นประเทศไทยจึงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พีซีแทนเครื่องโทรเลข โดยเขียนโปรแกรมให้ทำหน้าที่เหมือนโทรเลข โดยเครื่องโทรเลขที่ยังเหลืออยู่อาจส่งขายต่อให้กับประเทศที่ยังเปิดให้บริการโทรเลข อาทิ ซาอุดีอาระเบีย และ มาเลเซีย

กำเนิดโทรเลขในประเทศไทย

สำหรับสังคมไทยรู้จักโทรเลขในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงมีพระราชดำริให้จัดทำไปรษณีย์ขึ้น โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่าง วงศ์ ร่วมกับเจ้าหมื่นเสมอใจราช เตรียมการต่าง ๆ เพื่อเปิดทำการไปรษณีย์

โดยโทรเลขถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2418 จากการที่รัฐบาลไทยมอบหมายให้กรมกลาโหมสร้าง ทางสายโทรเลขสายแรก จากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ (จ.สมุทรปราการ)

กระทั่งปี พ.ศ. 2426 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมโทรเลขขึ้นเพื่อรับช่วงงานโทรเลขต่อจากกรมกลาโหม ซึ่งกิจการโทรเลขในประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นอย่างเป็นลำดับ

จนเข้าสู่ยุควิทยุโทรเลขในประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในสมัยจอมพลเรือสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือและได้มีเครื่องรับ-ส่งวิทยุโทรเลขแบบมาร์โคนีใช้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 โดยวิทยาการด้านวิทยุรู้จักแพร่หลายมากขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยุโทรเลข พ.ศ. 2457 โดยกำหนดให้กรมไปรษณีย์โทรเลขมีอำนาจหน้าที่ในการตั้งเครื่องและใช้วิทยุโทรเลข วิทยุโทรศัพท์ในประเทศไทย และให้ข้าราชการทหารเรือทำความตกลงกับกรมไปรษณีย์โทรเลขให้ประชาชนใช้วิทยุโทรเลขได้

ปี พ.ศ. 2471 กองช่างวิทยุ กรมไปรษณีย์โทรเลขเปิดการสื่อสารทางวิทยุโทรเลขโดยตรงกับทวีปยุโรป โดยติดต่อกับกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่สามารถส่งข่าวสารทางโทรเลขกับต่างประเทศด้วยคลื่นวิทยุ โดยไม่ต้องอาศัยประเทศต่าง ๆ ให้ช่วยถ่ายทอดโทรเลขอีกต่อหนึ่ง

เดิมนั้นการส่งโทรเลขจากประเทศไทยไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปต้องอาศัยส่งผ่านทางสายโทรเลข ของต่างประเทศ เช่น จากกรุงเทพฯ ไปหาดใหญ่ เข้าประเทศมาเลเซีย ซึ่งอังกฤษปกครอง หรือ จากกรุงเทพฯ ผ่านแม่สอดเข้าประเทศพม่า ซึ่งทำให้เสียเวลาและล่าช้ามาก

สำหรับการเปิดการสื่อสารทางวิทยุโทรเลขกับต่างประเทศครั้งแรกโดยไม่ต้องผ่านประเทศอื่น ๆ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงกระทำพิธีเปิด

ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี พ.ศ. 2490-2496 กรมไปรษณีย์โทรเลขเปิดการติดต่อทางวิทยุโทรเลขกับต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง ได้แก่ เวียดนาม, ไต้หวัน, อินเดีย, ญี่ปุ่น และเดนมาร์ก

ในปี พ.ศ. 2496 นายสมาน บุณยรัตพันธ์ นายช่างโทรเลขของไทยได้คิดค้นเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยได้สำเร็จ โดยคิดระบบกลไก (SPACING CONTROL MECHANISM) ต่อมาได้ผลิตเครื่องโทรพิมพ์ทำงานได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเครื่องเดียว โดยใช้ชื่อว่า “เครื่อง โทรพิมพ์ไทยแบบ S.P.”

กรมไปรษณีย์โทรเลขได้รับรองเครื่องพิมพ์ไทยแบบ S.P. ในปี พ.ศ. 2498 และเริ่มสั่งสร้างเครื่องโทรพิมพ์ไทยจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้งานรับ-ส่งโทรเลขเป็นรุ่นแรก ระหว่างกรุงเทพฯ-นครสวรรค์, กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์-เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2500 ซึ่งต่อมาได้ขยายการรับ-ส่งโทรเลขโดยใช้เครื่องโทรพิมพ์ออกไปทั่วประ เทศ

อุปกรณ์โทรเลขต่าง ๆ ได้ดำเนินการติดตั้งปี พ.ศ. 2504 และเปิดรับ-ส่งใช้งานโทรเลขติดต่อกับต่างประเทศด้วยวงจร HF 1 ARQ เป็นต้นมา โดยเริ่มทำการติดต่อกับโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เป็นวงจรแรก

พ.ศ. 2520 กรมไปรษณีย์โทร เลขได้โอนส่วนปฏิบัติการบริการโทรคมนาคมของประเทศไปอยู่ในความรับผิดชอบของการสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นผลให้การให้บริการขยายตัวออกไปอย่าง กว้างขวาง

การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้ทำการปรับปรุงและเปลี่ยนระบบการรับ-ส่งโทรเลขในประเทศ และระหว่างประเทศจากระบบ MANUAL มาเป็นระบบถ่ายทอดโทรเลขแบบอัตโนมัติ โดยในวันที่ 20 พ.ย. 2521 ได้ทำการขยายการติดต่อโทรเลขระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด จำนวน 80 แห่ง พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขย่อยในระบบ TORN TAPE ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข 7 แห่ง ต่อมาได้จัดตั้งชุมสายโทรเลขอัตโนมัติเพิ่มขึ้นในส่วนภูมิภาคอีก 3 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับ-ส่ง โทรเลข

โดยกำหนดให้ชุมสายที่หาดใหญ่เป็นศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขภาคใต้ ขอนแก่นเป็นศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนครสวรรค์เป็นศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขภาคเหนือ ซึ่งชุมสาย อัตโนมัติทั้ง 4 แห่ง รวมทั้งกรุงเทพฯ และบางรัก สามารถติดต่อกันด้วยระบบสื่อสารทางดาวเทียมและทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2531 ซึ่งเป็นผลให้การรับ-ส่ง โทรเลขรวดเร็วยิ่งขึ้น

ความหมายของโทรเลข

โทรเลข (Telegraph Service) คือ ระบบโทรคมนาคมซึ่งใช้อุปกรณ์ทางไฟฟ้าทำหน้าที่ส่งข้อความจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เดิมส่งโดยอาศัยสายตัวนำที่โยงติดต่อถึงกัน และอาศัยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นสำคัญ แต่ระยะหลังมีการใช้วิธีการส่งไร้สายหรือที่รู้จักกันในชื่อ “วิทยุโทรเลข” (Radio Telegraph, Wireless Telegraph หรือ Continuous Wave หรือ CW)

ทั้งนี้ โทรเลขเป็นบริการรับ-ส่ง ข่าวสารที่จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อกันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยผู้ประสงค์จะใช้โทรสารต้องมาใช้บริการ ณ ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขเท่านั้น เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ฝากส่งจะขอส่งโทรเลขทางเทเล็กซ์ หรือ โทรศัพท์

หลักการทำงานของเครื่องโทรเลข

การทำงานของเครื่องส่ง และเครื่องรับโทรเลข เกิดจากคันเคาะของเครื่องส่งให้วงจรไฟฟ้าปิด จากนั้นกระแสไฟจะไหลเข้าไปในขดลวดของเครื่องรับ ทำให้ขดลวดของเครื่องรับเกิดสนามแม่เหล็ก และดูดแผ่นเหล็กมากระทบแกนเหล็ก ทำให้เกิดเสียงที่มีจังหวะเดียวกับคันเคาะ ซึ่งการเปิด-ปิด วงจรนี้ทำให้เกิดเสียงเป็นสัญญาณโทรเลข แล้วจึงแปลงสัญญาณโทรเลขให้เป็นข้อความ โดยมีการกำหนดรหัสในโทรเลขไว้ 2 ลักษณะ คือ เคาะแล้วกดไว้ (กดยาว) กับ เคาะแล้วปล่อย (กดสั้น) ซึ่งแทนด้วย - กับ . ( ขีด กับ จุด ) เรียกรหัสที่ใช้ในการส่งโทรเลขว่ารหัส “มอร์ส”

สำหรับเครื่องรับ-ส่ง โทรเลขประกอบด้วย แบตเตอรี่, คันเคาะ หรือเครื่องส่ง, เครื่องรับ และสายไฟ

โดยมีการให้บริการโทรเลขในประเทศ 7 ชนิด ภายใต้ข้อบังคับของการสื่อสารฯ ในขณะนั้น ได้แก่ โทรเลขแจ้งเหตุสาธารณภัย, โทรเลขรัฐบาล, โทรเลขบริการ, โทรเลขอุตุนิยมวิทยา, โทรเลขสามัญ, โทรเลขข่าวหนังสือพิมพ์ และโทรเลขร้องทุกข์ ส่วนการใช้บริการโทรเลขในประเทศสำหรับประชาชนทั่วไปมี 2 ชนิด คือ โทรเลขบริการ (โทรเลขบริการเสียเงิน) และโทรเลขสามัญ คือโทรเลขที่รับ-ส่ง ไปมาเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว

ขณะที่การให้บริการโทรเลขต่างประเทศมี 8 ชนิด โดยเพิ่มโทรเลขเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งได้รับความคุ้มครองในระหว่างสงคราม ตามอนุสัญญาเจนีวา (ลงวันที่ 14 ส.ค. 2492) และโทรเลขสาร โดยไม่มีโทรเลขร้องทุกข์ ส่วนการให้บริการโทรเลขต่างประเทศสำหรับประชาชนทั่วไปมี 3 ชนิด คือ โทรเลขสามัญ, โทรเลขบริการ และโทรเลขสาร.

น้ำเพชร จันทา
namphetc@dailynews.co.th

ข่าว : เดลินิวส์

***ขอฝากเอ็นทรี่นี้หน่อยครับ***

...หลังจากดองรูปไปเที่ยวซะนานล่าสุดผมก้อัพลงแล้วนะไปดุกันได้ครับ

  • สวนสน  <<< อัพแล้ว

  • ไนท์พลาซ่า  <<< รอการพิจารณา

  • เขตุพระราชฐาน  <<< รอการพิจารณา

  • พิพิธพันธุ์สัตว์น้ำ  <<< รอการพิจารณา

  • อุทยานวิทยาศาสตร์  <<< รอการพิจารณา

  • อ่าวมะนาว   <<< รอการพิจารณา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยังไม่เคยใช้เลยยยย

จะยกเลิกไปไหนนนนนน T______T

แต่ถ้าเขียนยาวมันก็แพงอีกใช่ม่า - -;

..................

ลำบากใจ

#1 By » {๐๔} d r e a м .™ on 2008-04-04 09:32

ลองเขียนแค่ ฉัน รัก คุณ อะไรประมานนี้น่าจะสั้นนะครับ

ฮ่าๆsad smile

#2 By หูใหญ่ on 2008-04-04 09:36

อัพเข้าไปบล็อกอ่ะ
ไม่หลับไม่นอน


เปนเด็กม่ายดีtongue tongue tongue tongue

#3 By FonONo (161.200.255.162) on 2008-04-04 09:48

เคยเรียนเรื่องรหัสมอสเหมือนกาน

รู้สึกทึ่งในความคิดมาก

ตอนนั้นก็บ้ามากเลยเรื่องนี้

ก้อเลยเขียนโปรแกรมภาษาซีถอดรหัสมอส

แต่ก้อยังทำไม่เสร็จ

เพราะขี้เกียจตั้งค่า 55+


แวะมาเยี่ยมค่ะ
อืม เพิ่งลองทำบล๊อกแค่ะ

#4 By C6H6 on 2008-04-04 10:12

ถึงจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมาก ในชีวิต แต่ก็ฟังดูน่าใจหายเหมือนกันนะ

ยังไม่เคยส่งเลย

#5 By Saint_SDD on 2008-04-04 10:30

ยังไม่เคยใช้เหมือนกันครับ

ปล.MSNรุ่นคลาสสิกนี้ กว่าข้อความจะถึงมือผู้รับ กินเวลานานกว่ารุ่นปัจจุบันนะครับ open-mounthed smile

#6 By SkyKiD on 2008-04-04 11:27

อั๊พบ่อยนะ เด๋วนี้









แต่ละเรื่องก้อมีสาระทั้งนั้น


ว้าวววววววววว


เป็นไปได้
55+big smile

#7 By สวย (118.173.244.100) on 2008-04-04 12:30

โถ่ไอ้เราก็นึกว่ามีข่าวเรื่องมอสกะทาทาซะอีก แหะ อะล้อเล่ง

#8 By ฟางข้าว (203.157.181.14) on 2008-04-04 13:33

ยังใช้อยู่ค่ะ

ทุกเดือนด้วย แต่หลังปิดไปก็คงไม่ได้ใช้แล้ว คงบอกทางบ้านเปิดบัญชีแล้วล่ะ เค้าจะทำเป็นกันมั้ยเนี่ย embarrassed
ยังไม่เคยใช้เช่นกันค่ะ
แต่ปัจจุบันเทคเนโนยีก้าวล้ำหน้าแบบก้าวกระโดด ของเก่าๆก็เลยถูกโล๊ะไปเป็นธรรมดา ฟังดูร้ายแรง แต่โลกมันก็ดำเนินไปแบบนี้ล่ะ

คลื่นลูกใหม่ซัดหลังคลื่นลูกเก่าเสมอ

ปล.เจอรหัสมอร์สในทรานส์ฟอร์เมอร์ รู้และว่ามันคืออะไร
เป็น อดีต ที่ตกกระป๋อง

อีกเรื่อง น่าเศร้า

เวลามากับการเปลี่ยนแปลงเสมอbig smile

#11 By tiew@fine on 2008-04-04 18:50

เดี๋ยวนี้ระบบโทรศัพท์มาเป็นอันดับหนึ่งแล้ว
ก็เลยทำให้ระบบโทรเลขหมดความจำเป็นลงไป...

แต่ถ้าวันใด..ระบบโทรศัพท์ล่มทั่วโลก วันนั้น...
ระบบโทรเลขจะกลับมา...แต่ถ้าลืมกันหมด ก็จบกัน

#12 By รีคอนดำ on 2008-04-04 19:24

1.
ซามูเอล มอร์ส เกิดวันเดียวกะกุ

2.
เดี๋ยวนี้เค้าใช้ twitter กันแล้ว

#13 By book on 2008-04-04 19:56

เกิดมายังไม่เคยส่งโทรเลขเล้ย

#14 By General เบ๊ on 2008-04-04 20:03

เกิดมาไม่เคยพบเคยเห้น แต่เคยเรียนตามเด็กทั่วไป คิดอยู่ครับว่า ปจจุบันเค้าใช้กันตอนไหน มือถือกินกะบาลหมดละ เน็ตก็มี - - อ้อ แล้วเพจเจอร์ยังมีคนใช้อยู๋อีกรึปล่าวน่อ sad smile sad smile

#15 By หมีขั้วโลก™ on 2008-04-04 21:54

น่าเสียดาย ..แต่เราก็ไม่เคยคิดที่จะไปใช้อยู่ดี เฮ่อ
open-mounthed smile

#16 By b613 ดาวถัดมา on 2008-04-05 00:19


ยังไม่เคยใช้เหมือนกัน..



big smile

#17 By 1411 on 2008-04-05 08:28

อาจเป็นเพราะว่าค่าใช้จ่ายมากมาย
แต่อยากให้การสื่อสารพื้นฐานแบบนี้ยังคงอยู่ต่อไป

เพราะความที่มันเป็น base มันจึงเหมาะกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ส่วน Hi techno ทั้งหลายนะ คับขันจริงๆ ก็ไม่ช่วยอะไรหรอก tongue

#18 By 「4GLORY」 on 2008-04-05 09:42

ยังไม่เคยใช้เลยนะเนี่ย

#19 By ็็Hallo on 2008-04-05 10:25

ผมคิดว่า มอส คือรหัสช่วยชีวิตคน

การปลดเลิกใช้นั้น ไม่เห็นด้วยเลย

เทคโนโลยีมันไม่เสถียรเสมอไปครับ

#20 By Snare on 2008-04-05 12:54

ไม่เคยใช้เหมือนกัน

แต่ก็น่าใจหายนะ
ที่จะยกเลิกอ่ะ

#21 By ~memay~ on 2008-04-05 15:05

มันหน้าตาเป็นยังไงหว่า

133 ปีเชียวนะ 133 ปี๊~~~~

#22 By Jasmine✿Lala~ on 2008-04-05 15:48

โอ้ ยังไม่เคยใช้เลย แต่ได้อ่านก็พอแล้วนะ ขี้เกียจไปไปรษณีย์นิquestion

#23 By 2spot studio on 2008-04-05 16:06

confused smile

#24 By iNum~* on 2008-04-05 23:07

ได้แวลาแล้วสินะครับ

#25 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-04-05 23:09

น่าเสียดายเหมือนกันนะคะเนี่ย แต่ก้เอาเถอะ ของบางอย่างก็ถึงกาลที่จะเก็บขึ้นหึ้งได้แล้ว

จำได้ว่าสมัยที่ยังเด็กๆเคยตามคุณป้าไปไปรษณีย์เพื่อส่งโทรเลขอยู่เลย
แถมตอนปอ6 เคยลองเล่นรหัสมอสกับเพื่อน เขียนลงกระดาษ แต่กว่าจะเขียนได้แกะได้ เหนื่อยมาก555+

#26 By Meiyo on 2008-04-09 14:29