ดาวหาง...ผมไม่เ็ห็นเลย

posted on 18 Nov 2009 18:40 by hooyai

 ขอโทษสำหรับคนที่หลงเข้ามา มันไร้สาระมากๆ อดออกไปได้เลยครับ ^^

 

...คิดยังไงไม่รู้ถึงอยากกับมาที่ exteen แห่งนี้ มีคนเคยบอกผมว่าผมจะกลับมาเขียนบล็อคก็ต่อเมื่อผมมีความรัก  มันก็จริงอย่างที่เขาบอก แต่ก็มีหลายช่วงที่แอบวางเขียน และวางโครงการต่างๆ แต่ก็ไม่ได้กด Publish 

...ผมมีของที่อยากจะมาปล่อยเยอะมากๆ แต่เนื่องจากเพื่อบางสิ่งผมจึงต้องตัดสิ่งที่คิดว่าไม่จำเป็นออกไป

...ผมนอนดึกทุกวันเนื่องจากบางวันที่ต้องมานั่งเรียนกว่าจะเลิกเรียนก็ปาไป 4 ทุ่ม  พอเรียนเสร็จก็ต้องอยู่ที่มหาลัยเพื่อทำงานต่อจนดึกดื่น กว่าจะได้กลับเป็นเวลาตี 1 ตี 2 

...6 โมงก็ต้องวิ่งเข้าฟิตเนส เกือบทุกวัน แต่พยายามออกจากบ้านก่อน 8 โมงเช้า

...สาเหตุแบบนั้นก็เพราะความรัก ถ้าไม่ใช่เพราะความรักผมทำไม่ได้แน่ๆ

"พลังแห่งความรักมันยิ่งใหญ่จริงๆ" 

...ผมไปรักผู้หญิงคนหนึ่งเข้าโดยไม่รู้ตัว  ถึงขนาดเอาไดอารี่มานั่งอ่านย้อนหลัง  สรุปแล้วผมก็ยังไม่รู้เลยว่าเริ่มรักเธอไปตั้งแต่เมือไรและวันไหน  สาเหตุที่ผมตื่นเช้า นอนดึกทุกวันเพราะผมอยากมีเวลาให้เธอบ้าง เพราะเรานั้นเรียนไม่ตรงกัน ต่างคนต่างคณะ ก็ได้แต่หวังเพียงช่วงเวลาเพียงน้อยนิดจะทำให้เราเจอหน้ากันทุกวัน ไม่เจอกันต้อนเช้า ตอนเที่ยง ก็ตอนเย็น หรือวันพรุ่งนี้

...ยอมรับเลยว่าช่วงที่มีความสุขที่สุดคือช่วงสอบ ^^  เราได้อ่านหนังสือด้วยกันทุกวัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมได้อยู่กับเธอนานที่สุด 

...มีเพื่อนในกลุ่มถามผมว่า มึงจัดเวลาได้ยังไง เพราะผมก็ยังคงไปมาหาสู่กับเพื่อน มันก็ยังคงแปลกใจ หลายคนนั้นมีแฟนแล้วจะเริ่มห่างจากเพื่อน อาการอย่างแรกของหลายๆคนที่มีแฟนคือ "ติดแฟน"  พอมันเริ่มกลับมาหาเพื่อนนั้นแหละแสดงว่างานเข้า นั่นคืออาจมีปัญหาก็คือ "เลิกกัน"

...เคล็ดลับนั่นคือการสละเวลาส่วนตัวออกไป  ผมดูบอลน้อยลงนั่นคือสัปดาห์ละ 1 match  บางทีดูไม่ได้จำเป็นจริงๆก็ได้แต่โหลดเก็บเอาไว้ดูทีหลัง  ละครผมก็ไม่ดู เมื่อก่อนชอบดูมากๆ เช่น บางรักซอยเก้า เป็นต่อ แต่ตอนนี้ทีวีแทบไม่เคยเปิดเลย ส่วนหนังสือที่ได้ไปซื้อที่สับดาห์หนังสือก็ยังกองไว้ที่เดิม ^^  

...หลายคนที่ทำแบบนี้อาจจะอึดอัด  แต่มันมีเคล็ดลับในการคิด  เพียงแค่เราพลิกนิดเดียวมันก็ทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นจาก "ลบ" กลายเป็น "บวก" ได้ทันที  ทุกสิ่งทุกอย่างเราไม่สามารถคว้ามันมาได้หมด อย่างที่เขาบอก "ได้อย่างเสียอีกอย่าง" ก็คือการเสียสละความสุขบางอย่างเพื่อนแรกกับความสุขอีกอย่าง  เพราะคงไม่มีใครที่สามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้ ถึงแม้มันจะดูเหมือนทุกข์แต่สุดท้ายมันก็มีความสุขใช่ไหม?

...เฉกเช่นเดียวกับการที่ผมได้เห็นหน้าเธอเพียงไม่กี่นาที  เป็นหลายต่อหลายคนอาจจะท้อแล้วหนีจากไป ผมยอมรับบางทีมันก็หงุดหงิด  แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้เห็นไม่ใช่หรือ  บางวันไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันก็ไปวันพรุ่งนี้ก็ได้  ก็พยายามคิดดีๆไว้ก่อน

...วันพรุ่งนี้ไม่ไ้ด้เห็นหน้า ก็รอวันพรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า เดือนหน้า หรือปีหน้า  ผมเชื่อนะว่าถ้ารักกันจริงๆ แค่นี้มันไม่สามารถมาทำให้เราหวั่นไหวหรือเปลี่ยนใจไปได้หรอก  ถึงแม้ว่าเรื่องกาลเวลาจะมีผลต่้อความรักหลายๆคน

...ส่วนคนที่ดูหนังหรือละครมากเกินไป อาจจะเถียงหัวชนฝา จริงอยู่ในละครหลายๆเรื่องพระเอกไปเรียนเมืองนอก แล้วถูกนางเอกบอกเลิก "เพราะเวลาไม่ตรงกัน"

 ...สุดท้ายแล้วผมคิดว่าสิ่งที่ทำแบบนี้มันคงจะดีสำหรับผม สำหรับความหวังและการรอคอยที่ยิ่งใหญ่ ฮ่าๆ ที่แน่ๆเกรดผมขึ้นมาตั้งเยอะ ไม่เหมือนเก่า 

...เอะ.... 

...ตอนนี้ผมกำลังงงว่าจะสื่ออะไรเพราะตอนแรกว่าจะพิมพ์เรื่องดาวหางเมื่อคืน

 

...เมื่อคืนผมไปดูดาวกับเธอคนนั้น เราไปเป็นกลุ่มกัน หลายคนมากๆ เหมือนคาราวานเลยหละ

...อากาศหนาวมากๆ และลมแรงด้วย  ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ  ท้องฟ้าเปิดเห็นดาวทุกดวงเลยยกเว้นยูเอฟโอ

...แย่หน่อยที่ไม่มีที่นั่งสำหรับผมและแย่ที่สุดคือไม่มีช่วงเวลาให้เราได้คุยกัน ได้แต่เซ็งไป  ผมก็เลยปล่อยให้เธอนอนคุยกับกลุ่มสาวๆนั้นแหละ ส่วนผมเลยเดินตระเวนถ่ายรูปไปทั่ว มันทั้งมืดและน่ากลัว แต่ผมเฉยๆ ส่องกระจกหน้าผมยังน่ากลัวกว่าพวกนี้อีก(หลายเท่า) 

...01.10 ของวันที่ 18 ผมอยู่หอศิลป์ ที่นี่ลักษณะเป็นโรงละครกลางแจ้ง มีกำแพงและที่นั่งล้อมรอบ ทำให้ไม่มีลมหนาวพัดผ่านเข้ามา  ผมเลยไปนั่งๆนอนๆอยู่แถวนั้นเพื่อดูดาว แถวนั้นมืดมากๆ ไม่มีคนอีกตะหาก ตอนแรกๆแอบหลอนนิดๆ  ซักพักมีคนเดินเข้ามา เขามองหน้าผมแล้วก็เดินไปนั่งอีกที่(สงสัยจะไม่เห็น)  หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ผมพิมพ์ sms ไฟจากโทรศัพท์มือถือก็ส่องหน้าผม  คนนั้นหันกลับมาอีกที  มองหน้าผมด้วยสีหน้าตกใจ  แล้วร้องว่า "เฮ้ย...."  หลังจากนั้นเขาตั้งสติอีกทีแล้วก็มองมาใหม่ ก็คงเ็ห็นแล้วว่าผมเป็นคนไม่ใช่อย่างที่เขาคิด  ผมก็นอนๆกลิ้งๆถ่ายรูปแถวนั้น  ขอบคุณที่กล้องมีระบบตั้งเวลาถ่าย  ไม่งั้นคงต้องปวดแขนยืนถือกล้องมุมสูงๆแล้วเอียงหน้านิดๆ พร้อมกับทำหน้าแอ๊บแบ๋ว   

...พอดาวหางเริ่มตกก็เริ่มมีเสียงคนกรี๊ด หลังจากนั้นหมาก็หอนเพราะตกใจเสียงคน  จากการนับเสียงกรี๊ดก็สรุปว่ามีดาวหางประมาณ 10 กว่าครั้ง  แต่ผมมองไม่เห็นเลยเหอะ  เพราะแว่นผมแน่ๆ

...สรุปแล้วผมก็ไปนั่งปูเสื่อหน้าบ้านนอนดูดาวคนเดียวอีกครั้ง ก็ดีหน่อยที่เห็นจริงๆหลายดวง แต่หลังตี 3 ท้องฟ้าปิด น่าเสียดายสำหรับหลายๆคนที่ตื่นขึ้นมาดูตอนตี 3

...วันนี้ก็เป็นวันที่แฮ็ปปี้เล็กๆอีกวัน